มื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 19.00 น. ทาง ASA Platform ได้จัดพิธีมอบรางวัล ASA Platform Selected Materials 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของเวทีกลางในงานสถาปนิก’68 โดยปีนี้มีวัสดุและผลิตภัณฑ์คุณภาพ จาก 14 แบรนด์ผู้ผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่ง FineSurface ได้รับรางวัลจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ภายใต้หมวด Smart Design ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงนวัตกรรมการออกแบบและคุณภาพที่ตอบโจทย์วงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในสมัยใหม่
จุดเริ่มต้น FineSurface
ในฐานะที่เป็นทั้งผู้ประกอบการรับออกแบบตกแต่งภายใน ณ จังหวัดเชียงรายมาตั้งแต่ปี 2012 บริษัท เกื้อกูล เอ็นจิเนียร์ แอนด์ คอนสตรักชั่น เองมีบทบาทเป็นทั้งลูกค้าผลิตภัณฑ์และเป็นผู้ประกอบการที่จำเป็นจะต้องเลือกสรรผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานตกแต่งภายในที่ตอบกับความต้องการของลูกค้าโครงการ จึงรับรู้ถึงความต้องการ ปัญหา และเข้าใจบริบทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกส่วนในกระบวนการทำงาน นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของการก่อตั้งแบรนด์ Fine Surface ในปี 2021 ที่ต้องการมอบประสบการณ์ที่แตกต่างในงานออกแบบพื้นผิวสำหรับการตกแต่งภายใน โดยเริ่มต้นที่ High Pressure Laminate หรือ HPL ครอบคลุมลวดลายไม้ สีทึบ ผิวหิน และลวดลายพิเศษ
Fine Touch
เป็นแบรนด์แผ่นลามิเนตที่ติดตลาดในอินเดียมากว่า 17 ปีแล้ว เหตุผลที่เราเลือกนำเข้าแบรนด์นี้เข้ามา ด้วยเหตุผลในเรื่องความเชี่ยวชาญในการพัฒนาวัสดุลามิเนตและได้รับประกาศนียบัตรรองรับมาตรฐานต่าง ๆ ในระดับสากล อย่าง 3D Acrylic Laminate
เริ่มต้นตั้งแต่ในกระบวนการผลิต จากเดิมที่แผ่นลามิเนตใช้วัสดุตั้งต้นเป็นกระดาษคราฟต์ในการสร้างพื้นผิวและลวดลาย แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอะคริลิก จึงให้คุณสมบัติทั้งในแบบไฮกลอส หรูหราในแบบกระจก หรือแบบ Super Matte ที่ให้มิติของพื้นผิวแบบด้านที่ต่างจากที่คุ้นเคย โดยใช้วิธีการติดตั้งที่ไม่ยุ่งยากแบบเดียวกับการติดตั้งแผ่นลามิเนต หากแต่มีความแตกต่างเล็กน้อยตรงที่การใช้กาว PEVA (Polyethylene Vinyl Acetate Co-Polymer) แทนกาวยางที่อาจกัดพื้นผิว และสามารถโค้งงอได้ตามพื้นผิวที่ต้องการติดตั้งด้วยเครื่องเป่าลมร้อน
ส่วนคุณสมบัติพิเศษทางด้านนวัตกรรมของวัสดุแผ่นอะคริลิกลามิเนต มีทั้งการทำให้แผ่นอะคริลิกบางเพียง 1.3 มิลลิเมตร เพื่อให้การติดตั้งใช้งานทำได้อย่างสะดวก การเคลือบผิวด้วยฟิล์มกันรอยที่ความหนา 0.17 มม. และการเพิ่มเติมลวดลายเฉพาะตัวบนผิวหน้าแผ่น จึงออกจากข้อจำกัดแบบเดิมในการทำงานพื้นผิว อย่างการติดตั้งลวดลายหินบนฝ้าเพดาน หรือการติดตั้งแผ่นไฮกลอสที่ความสูงกว่า 2.44 เมตร แบบไร้รอยต่อ ไปจนถึงการดูแลรักษาทำได้ง่าย จึงเป็นวัสดุที่สามารถเข้ามาทดแทนสิ่งที่ทำไม่ได้ในอดีตและขยายขอบเขตของงานออกแบบออกไปได้อีก
“โปรดักต์ตัวนี้เป็นโปรดักต์ไฮไลต์ที่เราอยากนำเสนอสู่วงการงานออกแบบ เพราะเราอยากจะเปิดมายด์เซ็ตให้กับอินทีเรียให้ออกจากอะคริลิกแบบเดิมมาสู่แผ่นอะคริลิกในรูปแบบลามิเนต ว่ายังมีแผ่นลามิเนตที่มีความเฉพาะตัวที่สามารถใช้ทดแทนหินจริงในราคาที่ถูกกว่าหรือใช้ปิดผิวหน้าบานไฮกลอสได้ ทดแทนพื้นผิวไฮกลอสแบบเดิมที่มีข้อเสียหลายอย่าง ทั้งในเรื่องระยะเวลาการพ่น ราคา และพื้นผิวกันรอยขีดข่วนระหว่างการใช้งาน หรือด้วยพื้นผิวโปร่งแสงของวัสดุ จึงสามารถเป็นวัสดุปิดผิวเคาน์เตอร์ที่ซ่อนไฟด้านในเป็นกล่องเรื่องแสงได้” มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ลดการปลดปล่อยสารเคมีกับคุณสมบัติทั้งด้านการป้องกันความชื้น การกันลามไฟ การป้องกันแบคทีเรีย หรือ ISO 9001:2008 และ ISI Certification และที่สำคัญคือ เราขวนขวายหาข้อมูลผลิตภัณฑ์และแบรนด์ลามิเนตที่ตอบโจทย์ด้านงานออกแบบภายในที่มีความเฉพาะตัวสูง”
ความเฉพาะตัวในความหมายของ FineSurface ยกตัวอย่าง เช่น ลามิเนตลายไม้ที่มีดีเทลของตาไม้หรือผิวสัมผัสที่แตกต่างจากในท้องตลาด หรือหากเป็นลามิเนตสีพื้นก็จะมีการสร้างโค้ดสีที่เป็นของตัวเอง “เพราะเรามองว่า ถึงแม้นักออกแบบเองจะเบื่อวัสดุแบบเดิม ๆ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะสุดท้ายแล้ว คนไทยก็ยังนิยมใช้ลามิเนตอยู่ดี สิ่งที่เราจะทำได้จึงเป็นการค้นหาลวดลายหรือพื้นผิวที่มีความเฉพาะตัวมานำเสนอให้กับตลาด”
ลึกลงไปในวัสดุของแผ่นลามิเนต อีกส่วนที่ทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้กับวงการออกแบบคือนวัตกรรมของวัสดุและกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนในวัสดุตัวใหม่ของ Fine Surface ที่มีชื่อว่า 3D Acrylic Laminate ที่หยิบเอาข้อดีของวัสดุสองประเภททั้งอะคริลิกและลามิเนตเข้ามาไว้ด้วยกัน
3D Acrylic Laminate
เริ่มต้นตั้งแต่ในกระบวนการผลิต จากเดิมที่แผ่นลามิเนตใช้วัสดุตั้งต้นเป็นกระดาษคราฟต์ในการสร้างพื้นผิวและลวดลาย แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอะคริลิก จึงให้คุณสมบัติทั้งในแบบไฮกลอส หรูหราในแบบกระจก หรือแบบ Super Matte ที่ให้มิติของพื้นผิวแบบด้านที่ต่างจากที่คุ้นเคย โดยใช้วิธีการติดตั้งที่ไม่ยุ่งยากแบบเดียวกับการติดตั้งแผ่นลามิเนต หากแต่มีความแตกต่างเล็กน้อยตรงที่การใช้กาว PEVA (Polyethylene Vinyl Acetate Co-Polymer) แทนกาวยางที่อาจกัดพื้นผิว และสามารถโค้งงอได้ตามพื้นผิวที่ต้องการติดตั้งด้วยเครื่องเป่าลมร้อน
ส่วนคุณสมบัติพิเศษทางด้านนวัตกรรมของวัสดุแผ่นอะคริลิกลามิเนต มีทั้งการทำให้แผ่นอะคริลิกบางเพียง 1.3 มิลลิเมตร เพื่อให้การติดตั้งใช้งานทำได้อย่างสะดวก การเคลือบผิวด้วยฟิล์มกันรอยที่ความหนา 0.17 มม. และการเพิ่มเติมลวดลายเฉพาะตัวบนผิวหน้าแผ่น จึงออกจากข้อจำกัดแบบเดิมในการทำงานพื้นผิว อย่างการติดตั้งลวดลายหินบนฝ้าเพดาน หรือการติดตั้งแผ่นไฮกลอสที่ความสูงกว่า 2.44 เมตร แบบไร้รอยต่อ ไปจนถึงการดูแลรักษาทำได้ง่าย จึงเป็นวัสดุที่สามารถเข้ามาทดแทนสิ่งที่ทำไม่ได้ในอดีตและขยายขอบเขตของงานออกแบบออกไปได้อีก
“โปรดักต์ตัวนี้เป็นโปรดักต์ไฮไลต์ที่เราอยากนำเสนอสู่วงการงานออกแบบ เพราะเราอยากจะเปิดมายด์เซ็ตให้กับอินทีเรียให้ออกจากอะคริลิกแบบเดิมมาสู่แผ่นอะคริลิกในรูปแบบลามิเนต ว่ายังมีแผ่นลามิเนตที่มีความเฉพาะตัวที่สามารถใช้ทดแทนหินจริงในราคาที่ถูกกว่าหรือใช้ปิดผิวหน้าบานไฮกลอสได้ ทดแทนพื้นผิวไฮกลอสแบบเดิมที่มีข้อเสียหลายอย่าง ทั้งในเรื่องระยะเวลาการพ่น ราคา และพื้นผิวกันรอยขีดข่วนระหว่างการใช้งาน หรือด้วยพื้นผิวโปร่งแสงของวัสดุ จึงสามารถเป็นวัสดุปิดผิวเคาน์เตอร์ที่ซ่อนไฟด้านในเป็นกล่องเรื่องแสงได้”
การออกวัสดุใหม่ย่อมมาพร้อมกับรูปแบบหรือวิธีการทำงานของช่างที่เปลี่ยนแปลงไป จุดนี้ทาง Fine Surface จึงมาพร้อม Know-How ทั้งความรู้และข้อมูลสำหรับช่างในการใช้งาน เพื่อเปิดมายด์เซ็ตในการทำงานกับวัสดุรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านคลิปวิดีโอฮาวทูและการสนับสนุนด้านงานผลิตแผ่นลามิเนตด้วยบริการอัดแผ่นลามิเนตบนไม้อัด เพิ่มความสะดวกสบายให้ช่างสามารถตัดไม้แล้วเข้าไปติดตั้งหน้างานได้เลย
ทำไม 3D Acrylic Laminate ถึงได้รับรางวัล “Smart Design”
3D Acrylic Laminate จาก Fine Surface ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุปิดผิวทั่วไป แต่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่สร้าง “มิติ” บนแผ่นลามิเนต ให้สัมผัสและความรู้สึกที่แตกต่างจากวัสดุแบบดั้งเดิม โดยมีจุดเด่นคือ
- มิติที่สัมผัสได้จริง : พื้นผิว 3 มิติที่สะท้อนลายและแสงเงาอย่างเป็นธรรมชาติ
- ความคมชัด : ลวดลายมีความลึกและดูโดดเด่น
- ฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย : รองรับทั้งงานเฟอร์นิเจอร์ บิวท์อิน ผนังตกแต่ง ไปจนถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์
- ตอบโจทย์นักออกแบบ : เป็นวัสดุที่ผสมผสาน “ดีไซน์” และ “ฟังก์ชัน” ได้อย่างลงตัว
“สำหรับ Fine Surface มองว่าเทรนด์การใช้วัสดุตัวนี้ยังไปได้ไกลในอนาคต จากกรณีตัวอย่างในต่างประเทศที่ใช้วัสดุประเภทนี้กันอย่างแพร่หลายและให้ผลตอบรับค่อนข้างดี แต่กับในประเทศไทยเอง อาจยังกังวลกับคำว่า ‘อะคริลิก’ กันอยู่ เพราะฉะนั้น เราอยากจะเป็นคนหนึ่งที่ให้ข้อมูลและเปิดโลกนวัตกรรมด้านวัสดุลามิเนตให้กับนักออกแบบและช่างหน้างาน เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ตอบโจทย์กับอนาคตของโลกการออกแบบ”


